KIM SAE RON, HUNTING DOGS, K SERIES, KOREAN FEMALE ACTRESSES, KPOP, TROLLEY

ต้นสังกัดบอก “คิมแซรน” ชนเอง จ่ายเอง ชดเชยค่าเสียหายทั้งหมดจากคดีเมาแล้วขับ

คดีเมาแล้วขับของนักแสดงดาวรุ่งหน้าใส คิมแซรน (KIM SAE RON) อายุ 21 ปี ยังไม่จบ ล่าสุด โกลด์เมดัลลิสต์ (GOLDMEDALIST ENTERTAINMENT) ต้นสังกัดของเธอ ได้ออกแถลงการณ์สั้นๆ เรื่องการจ่ายค่าชดเชยความเสียหายที่เกิดจากเหตุการณ์เมาแล้วขับของนักแสดงสาว

คิมแซรน (KIM SAE RON) อายุ 21 ปี

ตัวแทนของต้นสังกัดระบุว่า

“คิมแซรน ตัดสินใจที่จะรับผิดชอบต่อความเสียหาย ที่เกิดจากอุบัติเหตุเป็นการส่วนตัว”

พวกเขายังกล่าวต่ออีกว่า “ค่าเสียหายที่เผยแพร่ในบทความข่าวนั้น เป็นเพียงตัวเลขค่าประมาณการ ที่ได้รับแจ้งจากองค์กรด้านพลังงานไฟฟ้าของเกาหลีใต้ หลังจากเกิดอุบัติเหตุ สำหรับค่าเสียหายที่แท้จริงจะถูกประเมินโดยบริษัทประกันภัย และในส่วนของค่าชดเชยนั้น เราก็ไม่ได้ประเมินจากข้อมูลขององค์กรด้านพลังงานแค่เพียงอย่างเดียว เรายังรวบรวมข้อมูลจากผู้ที่ได้รับความเสียหายในกรณีนี้ทั้งหมดอีกด้วย”

ตัวแทนโกลด์เมดัลลิสต์ ยังกล่าวเสริมอีกว่า “เราต้องขออภัยผู้ประสบเหตุอีกครั้ง ทางเราพยายามที่จะชดเชยให้กับผู้ที่ได้รับความเสียหายทุกท่านอย่างดีที่สุด”

ทั้งนี้ 50 กิจการห้างร้าน รวมถึง 4 อาคารในละแวกเดียวกัน สัญญาณไฟจราจร และไฟถนนที่ได้รับความเสียหายอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุรถชนเข้ากับหม้อแปลงไฟฟ้า ทำให้ธุรกิจและกิจการโดยรอบไม่สามารถเปิดให้บริการเป็นเวลา 4 ชั่วโมง เพราะต้องติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าใหม่

ในช่วงเช้าของวันที่ 18 พฤษภาคม 2565 คิมแซรน ถูกตำรวจสน.กังนัมควบคุมตัวในข้อหาเมาแล้วขับ และต้นสังกัดของเธอได้ออกแถลงการณ์สั้นๆ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ต่อมาในวันรุ่งขึ้น คิมแซรน ได้กล่าวคําขอโทษต่อเรื่องดังกล่าวผ่านแถลงการณ์จากต้นสังกัด และขอถอนตัวจากซีรีส์เรื่อง TROLLEY ทางสถานีโทรทัศน์ SBS ที่กําลังจะเปิดกล้อง อีกทั้งยังได้โพสต์ข้อความขอโทษที่เขียนด้วยลายมือ ลงบนอินสตาแกรมส่วนตัวของเธออีกด้วย

จดหมายขอโทษ ที่เขียนด้วยลายมือ
แปลจดหมายขอโทษ ที่เขียนด้วยลายมือ

ในส่วนของซีรีส์เน็ตฟลิกซ์ เรื่อง HUNTING DOGS ที่มีรายงานข่าวว่าได้ถ่ายทำในส่วนของคิมแซรนหมดคิวแล้ว และที่สำคัญกำลังจะเข้าฉาย ทีมงานได้แถลงกับสื่อเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ทางกองได้หยุดพักการถ่ายทำ และกำลังพิจารณาในเรื่องบทของนักแสดงสาวผู้อื้อฉาวอีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก WWW.MGRONLINE.COM