KPOP

เจาะประเด็น ‘เมาแล้วขับในเกาหลี’ รุนแรงแค่ไหน ทำไมดาราหลายคนถึงหมดอนาคตในวงการ?

안녕하세요 ชาว Dek-D ทุกคนค่ะ หากใครเคยดูในซีรีส์จะเห็นว่าชาวเกาหลีนั้นมีวัฒนธรรมการกินดื่มที่หนักมากๆ เรียกได้ว่าสังสรรค์ทุกเย็นหลังเลิกงาน

ด้วยสาเหตุนี้เองอุบัติเหตุทางท้องถนนที่เกิดจากการ ‘เมาแล้วขับ’ จึงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

รวมถึงจำนวนผู้เสียชีวิตก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ที่ผ่านมามีกรณีศึกษามากมายเกิดขึ้นกับคนในวงการบันเทิงที่มักถูกจับตามองเป็นพิเศษ ซึ่งหลายเคสก็ทำให้หมดอนาคตในวงการบันเทิงเลยทีเดียว น้องๆ สงสัยเหมือนกันมั้ยว่า

“การเมาแล้วขับในเกาหลีถือเป็นความผิดร้ายแรงขนาดไหน?” วันนี้

พี่บีมบันจะพาทุกคนไปไขคำตอบกันค่ะ 가자!

ต้องบอกว่าการเมาแล้วขับนับเป็นเรื่องที่รุนแรงในเกาหลีและเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงถึงเรื่องบทลงโทษกันมานาน แต่จุดเปลี่ยนสำคัญนั้นเริ่มต้นเมื่อปี 2018 จากเคสอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับ ‘ยุนชางโฮ’ ทหารเกณฑ์ที่ถูกคนเมาขับรถชนจนได้รับ

บาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ความสูญเสียครั้งนั้นทำให้เพื่อนๆ ของเขารวมตัวกันร่างกฎหมายและเกิดเป็น ‘พรบ. ยุนชางโฮ’ ที่เรียกร้องให้ปรับบทลงโทษหากผู้กระทำผิดมีระดับแอลกอฮอลล์ในเลือดตั้งแต่ 0.03% ขึ้น

ไปจะถูกระงับใบขับขี่ทันที และถูกเพิกถอนเมื่อมีปริมาณมากกว่า 0.08% (จากกฎหมายเดิมที่ระบุระดับไว้ที่ 0.05 และ 0.1% ค่ะ)

หลังจากกรณีดังกล่าว ชาวเกาหลีก็เริ่มออกมาประณามการกระทำนี้ว่าเป็นอาชญากรรมร้ายแรง รวมถึงมองว่า “ผู้ที่เมาแล้วขับ = ฆาตกร” เพื่อให้ทุกคนตระหนักและไม่ประมาท ซึ่งทางรัฐบาลก็ได้มีการปรับเปลี่ยนกฎหมายและบทลงโทษมา

เรื่อยๆ โดยปัจจุบันความรุนแรงของบทลงโทษจะขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกลฮอลล์ในเลือดที่ตรวจพบ และความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเมาแล้วขับ (อ้างอิงจาก Seoul Law Group) แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ

อัตราเมาแล้วขับ เพิ่มสูงขึ้นในยุคโควิด!

ถึงแม้จะมีการปรับให้บทลงโทษรุนแรงขึ้นแล้ว ก็ยังพบว่ามีคนทำความผิดข้อหาเมาแล้วขับเพิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2021 หลังจากรัฐบาลเกาหลีใต้ได้ออกนโยบายผ่อนปรนมาตรการโควิด-19 จึงทำให้ผู้คนกลับมาใช้

ชีวิตตามปกติมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สามารถนั่งกินอาหารในร้าน เปิดบาร์ หรือสามารถทำกิจกรรมสังสรรค์ได้

รายงานจากกรมตำรวจกล่าวว่า มีประชาชนมากถึง 1,486 คนถูกจับในข้อหาเมาแล้วขับหลังจากปรับเปลี่ยนนโยบายได้เพียง 4 วันเท่านั้น ซึ่งกว่า 1,102 คนจากทั้งหมดตรวจพบว่ามีระดับแอลกอฮอลล์ในเลือดมากกว่า 0.08% นอกจากนี้ทาง

ตำรวจนครบาลกรุงโซลยังเปิดเผยอีกว่า จำนวนคนที่ถูกจับในข้อหาเมาแล้วขับโดยเฉลี่ยนั้นมีถึง 92 คนต่อวัน นับตั้งแต่มีการออกนโยบายดังกล่าวค่ะ

เมาแล้วขับ = หมดอนาคตในวงการบันเทิง!

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงคนดังในวงการบันเทิงแล้ว พวกเขามักจะถูกคาดหวังให้มีนิสัยและภาพลักษณ์ที่สวยงาม รวมถึงต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม ซึ่งหากใครกระทำความผิดเมาแล้วขับที่เปรียบเสมือนการก่ออาชญากรรมรุนแรง ชาวเกาหลีจึง

มองว่า ‘ไม่ควรให้พื้นที่ในวงการกับพวกเขาต่อไปอีก’ ทำให้หลายๆ คนอาจต้องหายหน้าหายตาไปจากสื่อหรือร้ายแรงหน่อยก็หมดอนาคตบนเส้นทางนี้ไปเลยทีเดียว

อย่างกรณีศึกษาล่าสุดจาก ‘คิมแซรน’ นักแสดงสาววัย 21 ปี ที่ถูกตั้งข้อหาเมาแล้วขับในวันที่ 18 พฤษภาคม 65 ที่ผ่านมา หลังจากมีผู้พบเห็นว่ารถของเธอนั้นขับส่ายไปมาและชนเข้ากับหม้อแปลงไฟฟ้า ทำให้ข้าวของสาธารณะเสียหาย

และไฟฟ้าดับในบริเวณใกล้เคียง นอกจากนี้ผลตรวจเลือดยังพบว่าระดับแอลกอฮอลล์ในเลือดของเธอมีมากกว่า 0.08% ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงมากๆ จึงทำให้เธอได้รับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แต่ทั้งนี้แซรนได้ออกมาขอโทษผ่านอินสตาแกรม

ส่วนตัว พร้อมรับผิดชอบให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังถอนตัวจากซีรีส์ที่กำลังถ่ายทำอยู่ด้วยค่ะ

หากย้อนกลับไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีคนดังหลายคนที่ถูกจับในข้อหาเมาแล้วขับจำนวนไม่น้อย เช่น อิมยองมิน, ลิซซี่ After School, จุนยอง ZE:A, ซนซึงวอน และคนอื่นๆ อีกมากมายหลายเคส ซึ่งพวกเขาล้วนเสียชื่อเสียงและ

ต้องห่างหายไปจากวงการบันเทิง ถึงแม้บางคนได้กลับมาทำงานอีกครั้งแต่ก็อาจจะไม่ได้รับความนิยมเท่าเดิมด้วยค่ะ

ต้องบอกว่าเกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีกฎหมายจริงจังมากๆ โดยเฉพาะกับบทลงโทษจากกรณีเมาแล้วขับ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเลยทีเดียวค่ะ เพราะจะช่วยทำให้หลายคนเกิดความตระหนักมากขึ้น เพราะไม่ใช่แค่ผู้ก่อเหตุที่ได้รับผลกระทบจาก

พฤติกรรมตัวเอง แต่การเมาแล้วขับนั้นอาจสร้างความสูญเสียให้กับผู้อื่นถึงชีวิตและไม่อาจมีอะไรมาทดแทนได้…

ดังนั้น หากใครที่เป็นสายตี้ชอบสังสรรค์ ทางที่ดีก็ควรมีคนขับรถกลับให้ด้วยเพื่อความปลอดภัยต่อตัวเองและบุคคลอื่นนะคะ ไว้เจอกันใหม่บทความหน้าจ้า อันยองง~

https://www.dek-d.com/studyabroad/60517/