KPOP

“ปัง” หรือ “พัง”? 5 หนังรีเมกจากซีรีส์จีนหมื่นล้านวิว

ฮือฮาไม่น้อยสำหรับเหล่าติ่งจีนทั้งหลาย เมื่อวงการหนังใหญ่ของจีนนำซีรีส์จีนระดับตำนานที่เคยสร้างเรตติ้งถล่มทลายอย่าง ‘ตำนานรักเหนือภพ’ (The Journey of Flower – 2015) มารีเมกเป็นเวอร์ชั่นภาพยนตร์ในชื่อภาษาอังกฤษ

ชื่อเดียวกันโดยเพิ่งปล่อยตัวอย่างออกมายั่วเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา

ต้องยอมรับว่าเป็นหาญกล้าไม่น้อยในการนำมารีเมกเป็นเวอร์ชั่นภาพยนตร์ครั้งนี้ เพราะเมื่อครั้งที่บทประพันธ์เรื่องนี้นำมาสร้างเป็นซีรีส์นั้น สร้างปรากฏการณ์ความโด่งดังไปทั่วเอเชีย จึงไม่แปลกใจหากแฟนนิยายและเหล่า FC ซีรีส์เรื่องนี้จะอดลุ้น

ไปพร้อมกับตั้งคำถามไม่ได้ว่าตำนานรักเหนือภพเวอร์ชั่นหนังจะออกมาเป็นอย่างไร?

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วงการบันเทิงจีนนำผลงานดังเปรี้ยงปร้างระดับตำนานในเวอร์ชั่นซีรีส์ มาปัดฝุ่นรีเมกเป็นเวอร์ชั่นหนัง โดยหวังใช้ความโด่งดังในอดีตมาสานต่อความสำเร็จในอนาคต จะบอกว่าถ้ารีเมกจาก ‘ซีรีส์’ มาสู่ ‘ซีรีส์’ คงไม่หนักใจ

เท่าไร แต่ถ้าจาก ‘ซีรีส์’ มาสู่ ‘หนัง’ บอกเลยว่าผลลัพธ์ 50-50 ดีหน่อยก็เสมอตัว ฟลุ๊คหน่อยก็จูงมือกันดังพลุแตก แต่บางทีก็จบไม่สวยเท่าไร

ครั้งนี้ขอยกตัวอย่างเรื่องดังๆ มาแชร์กันให้ฟังเป็นออเดิร์ฟ

ดาบมังกรหยก 2022 การรอคอยที่น่าผิดหวัง

เริ่มกันที่ภาพยนตร์เมื่อไม่นานมานี้และเป็นกระแสไปทั่วเอเชีย สำหรับ ดาบมังกรหยก 2022 หรือชื่อไทยอย่างเป็นทางการว่า ดาบมังกรหยก ตอน ‘ประมุขพรรคมาร’ : New Kung Fu Cult Master 1-2ที่มาออนแอร์พร้อมกันทั้ง 2 ภาค

บนแอปMONOMAX

อย่างที่รู้กันดีว่านี่คืองานสร้างจากสุดยอดอมตะนิยายกำลังภายในของกิมย้ง ถูกดัดแปลงเป็นซีรีส์มาหลายครั้ง และเกือบทุกครั้งได้รับกระแสการตอบรับที่ดี จนถึงซีรีส์เวอร์ชั่นล่าสุดดาบมังกรหยก 2019 (Heavenly Sword and Dragon

Slaying Sabre – 2019)แม้จะได้นักแสดงรุ่นใหม่ที่ผ่านงานแสดงนำมาไม่มาก แต่ตัวซีรีส์ก็ถ่ายทอดความท็อปฟอร์ม จนได้รับการชื่นชมทั้งจากแฟนนิยายและแฟนซีรีส์

ตัวอย่างดาบมังกรหยก 2019 เวอร์ชั่นซีรีส์ที่มีการสร้างครั้งล่าสุด และแจ้งเกิด เจิงซุ่นซี&เฉินอวี้ฉี พระนางของเรื่องไปอย่างสวยงาม

ย้อนกลับไปตอนสร้างเป็นเวอร์ชั่นหนังเมื่อปี 1993ก็ยังถือว่าเป็นหนังดาบมังกรหยกที่น่าจดจำและอยู่ในความทรงจำแฟนหนังกำลังภายในมาตลอด 30 ปี ด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งการได้‘หวังจิง’ผู้กำกับมากฝีมือแห่งยุคนั้น มานั่งแท่น

กำกับ ถึงมีการบิดเบือนคาแรคเตอร์ตัวละครและเส้นเรื่องอยู่บ้าง แต่เพราะได้พลังการแสดงของดาราระดับแม่เหล็กแห่งวงการบันเทิงฮ่องกงอย่าง หลี่เหลียนเจี๋ย, จางเหมี่ยน, ซิวซู่เจิน และหงจินเป่า มานำแสดง แถมหลี่เหลียนเจี๋ยยังนั่งแท่นผู้

อำนวยการสร้าง และหงจินเป่ากำกับคิวบู๊อีกด้วย ก็ทำให้เรื่องราวดูสนุกสนานมีสีสัน

แต่นั่นกลับเป็นเรื่องตรงข้ามกับการกลับมาสร้างเป็นหนังอีกครั้งในปี 2022 หรือที่เรียกชื่อกันติดปากว่า ‘ดาบมังกรหยก 2022’เพราะเป็นเวอร์ชั่นหนังที่ผู้ชมแตกเป็นสองเสียงแต่จะหนักไปในเชิงลบมากกว่า ตั้งแต่ประเด็นนักแสดงนำอายุสูงวัย

เกินบทเกือบทั้งเรื่องโดยเฉพาะ ‘หลินฟง’ ผู้รับบทเตียบ่อกี้ควรมีอายุ 20 ต้นๆ แต่หลิงฟงนั้นอายุปาเข้าไป 40 แล้ว ถึงตัวหนังจะปรับเนื้อเรื่องให้เข้ากับอายุนักแสดง แต่ผู้ชมก็ยังรู้สึกขัดใจที่สำคัญยังโดนสื่อจีนบางสำนักวิจารณ์แหลกว่าเทคนิค

การนำเสนอเชย ชนิดว่าเทียบกับซีรีส์จีนแผ่นดินใหญ่ยังไม่ได้ด้วยซ้ำ (น่าน…ฟาดราวกับลากไปตบกลางสี่แยก)

แต่ก็มีผู้ชมบางรายยังชื่นชมเวอร์ชั่นนี้ ในมุมที่หนังพยายามเก็บคาแรคเตอร์เดิมและค่อนข้างเคารพบทประพันธ์ดั้งเดิมอยู่ไม่น้อยจุดนี้อยู่ที่แต่ละคนจะมองซึ่งคงต้องไปชมกันเอง โดยหาดูได้ทางแอปMONOMAX ทั้งเวอร์ชั่นหนังและซีรีส์

ซุปตาร์ไม่ได้ช่วย ใน ‘สามชาติสามภพ’ เวอร์ชั่นหนัง

มากันที่เรื่องนี้สำหรับคอซีรีส์ไม่ต้องปูเยอะ ถึงปรากฏการณ์สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมบันเทิงจีน สำหรับ ‘สามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่’ (Eternal Love -2017) ซีรีส์แนวเทพเซียนชิ้นขึ้นหิ้งประดับวงการ ที่ได้ จ้าว

โย่วถิง&หยางมี่ มารับบทไท่จื่อเยี่ยหัวและราชินีจิ้งจอกไป๋เฉียน สร้างกระแสหลงป่าท้อแบบข้ามชาติข้ามปี ไปยันข้ามประเทศอีก 14 ประเทศ โกยเรตติ้งเฉพาะที่จีนมากกว่า 3 หมื่นล้านวิว ทุบสถิติยอดวิวสูงสุดในประวัติศาสตร์ซีรีส์จีนชนิดไม่มี

ใครล่มได้ แถมยังพาเหล่านักแสดงสมทบเกือบทั้งเรื่องแจ้งเกิดดังปังยกแพ็ค

ไม่น่าเชื่อว่าประสบความสำเร็จเป็นตำนานเบอร์นี้ แต่กลับพังไม่เป็นท่าเมื่อรีเมกเป็นเวอร์ชั่นหนัง ที่ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Once Upon a Time -2017ทั้งที่ได้ซูเปอร์สตาร์ระดับเทพบุตรและนางฟ้าของวงการบันเทิงจีนอย่าง‘หยางหยาง’ และ

‘หลิวอี้เฟย’ที่โคจรมาพบกันเป็นครั้งแรก

ตอนมีการประกาศชื่อนักแสดงนำและปล่อยภาพฟิตติ้งออกมาครั้งแรกของทั้งคู่ เหล่าชาวเน็ตและแฟนซีรีส์ต่างแซ่ซ้องสรรเสริญถึงความลงตัวสมฐานะสมคาแรคเตอร์ตัวละคร และปูเสื่อรอภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างใจจดใจจ่อ

แต่พอภาพยนตร์ฉายอย่างเป็นทางการ ผู้ที่เข้าไปชมต่างออกมาวิจารณ์ยับ ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์คอสตูมและฉายเยอะเกินพอดี จนเหมือนงิ้วไปซะงั้น ต่างจากซีรีส์ที่เน้นความเรียบง่ายแต่มีคลาสกว่า การดัดแปลงบทประพันธ์จากซีรีส์ 58 ตอน

ให้มาอยู่ในเวลาเพียงชั่วโมงกว่าแม้จะเก็บแกนหลักของเรื่องมาครบ แต่ตัดต่อเรื่องไม่สมูททำเอาคนดูไม่รู้เรื่อง ขนาดบางคนออกจากโรงยังจับต้นชนปลายไม่ถูก นี่ยังไม่รวมการใช้เทคนิคCG มากเกินไป นักแสดงนำแทบอยู่ในสตูดิโอตลอดทั้งเรื่อง

จนชาวเน็ตแซวว่า ไม่รู้เพราะได้นักแสดงเบอร์ใหญ่ทั้งคู่ จนยากแก่การเคลียร์คิว หรือต้องเร่งถ่ายทำเพื่อให้ทันฉายช่วงกระแสซีรีส์ยังแรงไม่จางหรือเปล่า? เพราะตัวหนังฉายไล่หลังจากซีรีส์ไม่ทันพ้นปี การถ่ายทำทั้งหมดจึงวนอยู่แต่ในสตูดิโอเพื่อ

ให้บริหารคิวได้ แต่กลายเป็นการลดทอนเสน่ห์ของหนังไปโดยปริยายเรียกว่าได้ซุปตาร์มาก็มิอาจต้านทานกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เหล่า FC พ่นออกมาอีกสารพัด

เวยเวยยิ้มโลกละลาย…เขิลเกินปุยมุ้ย ตั้งแต่ซีรีส์ยันหนัง

แต่การรีเมกหนังจากซีรีส์ดังก็ใช่ว่าจะโดนสาปไปซะหมด เพราะอย่าง ‘เวยเวย ยิ้มนี้โลกละลาย’ (LOVE O2O – 2016) เป็นอีกเรื่องกระแสตอบรับดีทั้งเวอร์ชั่นซีรีส์และหนัง แถมตัวหนังก็ฉายไล่หลังซีรีส์ไม่นานสูตรเดียวกับสามชาติสามภพป่า

ท้อสิบหลี่ แต่ผลลัพธ์ต่างกันลิบ

สำหรับ ‘LOVE O2O ยิ้มนี้โลกละลาย’ สร้างจากงานเขียนของ ‘กู้ม่าน’ นักเขียนนิยายชาวจีนชื่อดังที่มีผลงานนำมาดัดแปลงเป็นซีรีส์ฮิตหลายเรื่อง อาทิ ขุนให้อ้วนแล้วชวนมารัก (Boss and me – 2014),ดุจดวงดาวเกียรติยศ(You

are my glory – 2021) โดย ‘เวยเวย ยิ้มนี้โลกละลาย’ เวอร์ชั่นซีรีส์เปิดตัวเมื่อปี 2016ได้ หยางหยาง&เจิ้งส่วง แสดงนำ

จะด้วยเคมีพระนางเข้ากันสุดๆ เนื้อเรื่องมีความเข้ายุคเข้าสมัย หรือฐานนิยายโด่งดังเป็นทุน ทำให้ซีรีส์ได้รับความนิยมทั้งในและต่างประเทศ ถือเป็นซีรีส์จีนแนวสากลเรื่องแรกๆ ของยุคนั้นที่ไปโด่งดังในระดับอินเตอร์ ส่งให้พระนางแจ้งเกิดทั้งในและ

ต่างประเทศเป็นเท่าทวี

เมื่อดัดแปลงเป็นเวอร์ชั่นภาพยนตร์ ก็ได้นักแสดงที่มีออร่าไม่แพ้เวอร์ชั่นซีรีส์มาประกบคู่กันระหว่าง จิงป๋อหรัน&แองเจล่าเบบี้ มาสร้างความจิ้นฟินกระจาย โดยทั้งสองเวอร์ชั่นยังคงยึดโครงเรื่องตามต้นฉบับนิยายแม้มีดัดแปลงและแต่งเติมบ้างเพื่อให้

เหมาะกับการสร้างเป็นซีรีส์และหนัง แต่ไปเสียแกนหลักในการนำเสนอ ซึ่งด้วยบทลงตัวเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพและการเลือกคู่นักแสดงถูกจริต จึงป้ายยาเหล่าแฟนๆ และผู้ชมไปตามๆ กัน

‘เวยเวยยิ้มนี้โลกละลาย’ เป็นเรื่องราวการต่อสู้ มิตรภาพ และความรักในเกมออนไลน์สลับฉากในชีวิตจริงของพระนางที่ยังไม่เคยเจอหน้ากัน ระหว่าง‘เวยเวย’นักศึกษาสาวสวย สาขาคอมพิวเตอร์ ที่ชื่นชอบการเล่มเกมออนไลน์ และ‘เซี่ยวน่าย’

รุ่นพี่สุดฮอตมหาวิยาลัยเดียวกับเวยเวยและเป็นเซียนเกมอันดับหนึ่งที่รู้ตัวตนของเวยเวยในชีวิตและงัดทักษะของเขาทั้งในชีวิตจริงและออนไลน์เพื่อครอบครองหัวใจของเวยเวย

เสียงส่วนใหญ่จะชื่นชอบไปในทิศทางเดียวกันว่า ชอบ ‘แองเจล่าเบบี้’ นางเอกจากเวอร์ชั่นภาพยนตร์ที่ดูสวยมีน้ำมีนวล แข็งแรงกว่าในเวอร์ชั่นซีรีส์ตรงคาแรคเตอร์ตัวละครตามนิยาย แถมยังออร่าเจิดจรัสในชุดคอสเพลย์สีแดงเวลาอยู่ในเกมสุดๆ

แต่ ‘เจิ้งส่วง’ ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน มีเสน่ห์ไปคนละแบบสไตล์สาวช่างฝันมากกว่า ซึ่งตรงบางส่วนตามนิยายเช่นกัน

ส่วนพระเอกไม่ต้องพูดถึงว่า ‘หยางหยาง’ จากเวอร์ชันซีรีส์หลุดออกมาจากนิยายเป๊ะๆ กับมาดนิ่ง สุขุม ราวเทพบุตร ขณะที่เวอร์ชั่นภาพยนตร์แสดงโดย ‘จิงป๋อหรัน’ จะค่อนข้างสนุกสนานมากกว่า แต่ก็คงความเท่ไว้ไม่หลุดไปจากนิยายต้น

ฉบับมาก

แต่ที่ตกแฟนๆ ได้เหมือนกัน ไม่ว่าเวอร์ชั่นไหน คือ เคมีพระนางที่สื่อออกได้ถึงความเขิลฟินดูไปอมยิ้มไปตามชื่อเรื่อง โดยความสำเร็จของผลงานถึงวันนี้แม้แต่นักแสดงสมทบของทั้งสองเวอร์ชั่นก็กลายเป็นนักแสดงชื่อดังกันไปหมดแล้วโดยทั้งสอง

เวอร์ชั่นยังกลับไปชมกันได้ทาง Netflix

สมศักดิ์ศรีสองคู่ซูเปอร์สตาร์ ใน My Sunshine ทั้งหนังและซีรีส์

มากันอีกเรื่องที่สร้างจากนิยายของ ‘กู้ม่าน’เช่นกันกับเวอร์ชั่นซีรีส์ที่สร้างออกมาก่อนในชื่อว่า My Sunshine– 2015ที่มีชื่อไทยหลายชื่อทั้ง‘ย้อนรอยรัก’ หรือ ‘รอรักกลับมา’ซีรีส์สากลแนวโรแมนติกดราม่าเต็มขั้น ที่ได้พระเอกสายเข้มเบอร์

ใหญ่อย่าง‘จงฮั่นเหลียง’ มาคู่นางเอกหน้าสวยตัวแม่ของวงการอย่าง ‘ถังเยียน’

เนื้อเรื่องว่าด้วยอดีตคนรักสมัยเรียนมหาวิทยาลัยอย่าง ‘จ้าวม่อเซิง’และ ‘เหออี่เชิน’ ที่เข้าใจผิดจนพลัดพรากจากกันไปไกล 7 ปี ต่อมาได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งโดยบังเอิญกลายเป็นบททดสอบให้ทั้งคู่เข้าใจกันและกันมากขึ้น

พล็อตไม่ได้แปลกใหม่แต่ไดอะล็อกดีงาม ยิ่งได้เคมีพระนางระหว่างจงฮั่นเหลียง&ถังเยียน ฟาดอารมณ์กันไปมาโดยเฉพาะฉากเลิฟซีนที่สุดทั้งความละมุนละไมสลับดุดัน ส่งให้ตัวซีรีส์คนติดหนึบกันทั้งเมืองจีน จนนับเป็นผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซของ

จงฮั่นเหลียง&ถังเยียนเลยทีเดียว

กระแสความปังส่งให้เกิดฉบับรีเมกเป็นภาพยนตร์ชื่ออังกฤษว่า You Are My Sunshine- 2015 ทีมสร้างทุ่มสุดตัวคว้าพระนางเบอร์ต้นๆ ของวงการ บารมีไม่เป็นรองเวอร์ชั่นซีรีส์ อย่าง หวงเสี่ยวหมิง&หยางมี่ มารับบทนำ

ตัวหนังถือว่าไม่ได้ด้อยไปกว่าเวอร์ชั่นซีรีส์ทำรายได้ไปไม่น้อย แต่จะติดตรงที่เนื้อเรื่องมีความพ่อแง่แม่งอนสูง เมื่อกลายเป็นหนังที่มีเวลาเล่าเรื่องสั้นกว่า ทำให้บางช่วงอาจรู้สึกเหมือนปุ๊บปั๊บเลิกเอะอะดีกัน ทำเอาผู้ชมตามอารมณ์ไม่ทันไปหน่อย

แต่โดยรวมอยู่ในเกณฑ์รับได้หวงเสี่ยวหมิง&หยางมี่ใส่กันเต็มเหนี่ยว อินเนอร์ความรักมาเต็ม ก็อยู่ที่ถ้าชอบแนวฟินยาวๆ ดราม่าหนักๆ แนะนำซีรีส์32 ตอนจบ ถ้ามีเวลาดูน้อย ชอบกระชับๆ ก็ไปโดนเวอร์ชั่นหนัง โดยซีรีส์ยังหาชมกันได้ทาง

Viuและตัวหนังหาชมได้ทาง youtube

จับตาตำนานรักเหนือภพเวอร์ชั่นหนัง

ปิดท้ายผลงานที่เกริ่นไว้ตอนต้นเรื่องอย่าง ‘ตำนานรักเหนือภพ’ (The Journey of Flower – 2015) ที่มารีเมกเป็นเวอร์ชั่นภาพยนตร์โดยต้นฉบับดั้งเดิมดัดแปลงจากนิยายออนไลน์ที่สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการนิยายออนไลน์ จาก

ปลายปากกาของ ‘Fresh กั่วกัว’

ว่าด้วยเรื่องราวโรแมนติกดราม่าแฟนตาซีของหญิงสาว ‘ฮวาเชียนกู่’ (แปลว่า กระดูกพันชิ้น) เด็กสาวเกิดมาพร้อมเลือดในกายมีกลิ่นหอมดึงดูดภูติผีปีศาจ ทำให้เธอเติบโตมาท่ามกลางความรังเกียจของคนในหมู่บ้าน จนได้กราบเป็นศิษย์

ของ‘ไป๋จื่อฮว่า’ เซียนเทพผู้เก่งกาจแสนเย็นชาแต่ไม่เคยรับลูกศิษย์คนใด จนความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาเกินความเป็นศิษย์อาจารย์ แต่โชคชะตาพลิกผันให้ฮวาเชียนกู่เข้าสู่ทางมาร เพื่อช่วยชีวิตคนที่นางรัก

ในเวอร์ชั่นซีรีส์ได้พระนางตัวท็อปอย่างฮั่วเจี้ยนหัว&จ้าวลี่อิง (ขณะนั้นจ้าวลี่อิงไม่ถึงเป็นตัวแม่ของวงการ แต่นับว่าเป็นนักแสดงดาวรุ่งแห่งยุคก็ว่าได้) มารับบทนำด้วยกระแสของนิยายที่เรียกว่าเข้าขั้นปวดตับบีบหัวใจ บวกกับเคมีพระนางดีต่อใจ

แถมได้ ‘หลินอวี้เฟิน’ ผู้กำกับมือทองแนวเทพเซียนมาคุมบังเหียนอีกด้วย

ตัวซีรีส์จึงขึ้นแท่นซีรีส์จีนเรตติ้งอันดับ 1 กว่า 2 หมื่นล้านวิวบน Hunan TVอีกทั้งยังได้รับความนิยมทั้งในเอเชียและต่างประเทศ กวาดรางวัลอีกเพียบ จนแม้แต่ The New York Times ยังเคยนำเรื่องนี้ไปเขียนลงเว็บไซต์

เมื่อนำมาปัดฝุ่นสร้างเป็นภาพยนตร์ ดูจากตัวอย่างมีแนวโน้มว่าจะดำเนินตามโครงเรื่องดั้งเดิมของต้นฉบับเอาไว้ แต่การบีบเรื่องราว 50 กว่าตอนที่เคยสร้างความตราตรึงจิตอย่างเหนียวแน่น มาอยู่ในระยะเวลาเพียง 2 ชั่วโมงกว่า ย่อมเป็นสุด

ยอดความท้าทายของผู้สร้างและนักแสดงในการถ่ายทอดอินเนอร์ออกมาได้ให้ครบอรรรส

ความหนักใจนอกจากตกอยู่ที่ทีมสร้างแล้ว ย่อมไม่พ้น‘หลี่เฉิงปิน’ พระเอกมาดเข้มจากซีรีส์นิติเวชสาวยอดนักสืบ(Miss truth – 2020), วุ่นรักนักเรียนเตรียมทหาร (Arsenal Military Academy –2019) มารับบท ‘ไป๋จื่อฮว่า’

และ ‘เฉินโตวหลิง’ นักแสดงสาวนัตย์ตาโศก นางเอกน้องใหม่จากบ่วงรักเพลิงสงคราม (Love in Flames of War -2022) มารับบท ‘ฮวาเชียนกู่’

งานนี้เวอร์ชั่นหนังจะชนะใจคนดูได้ขนาดนี้ ต้องรอชม คิดว่าไม่นานเกินรอ แต่ระหว่างนี้หากใครคิดกระตุ้นต่อมโศก เตือนความจำกับตำนานรักเหนือภพเวอร์ชั่นซีรีส์ได้ มีให้ชมกันทางแอป WeTV

https://mgronline.com/drama/detail/9650000072391